Ripplnคืออะไร

เรดาร์ตรวจอากาศ

                ธุรกิจ Join & coin
Join me Birds

ตรวจล็อตตารี่

ตรวจสลากออมสิน

ตรวจสลากทวีสิน

อุตุฯแปซิฟิกตะวันตก

             แอ็ปใหม่ 2013

เรียนรู้ผ่านโลกออนไลท์กับ

  เรียนอังกฤษกับ อจ. อดัม


 สถิติวันนี้ 97 คน
 สถิติเมื่อวาน 75 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
1834 คน
11013 คน
87193 คน
เริ่มเมื่อ 2012-08-22




นกเขา

กล้วย

มะนาว

มะละกอ

คำทำนายอดีตชาติ

ประเทศไทยมีอะไรดี




หงา คาราวาน

แฮมเมอร์

บานเย็น รากแก่น

สรวง สันติ

เย็นจิตร พรเทวี

ศิริพร  อำไพพงษ์


 

ธรรมชาติบำบัด

ข้อคิดจากหมอเขียว

โรคหัวใจ

โรคภูมิแพ้

โรคความดันโลหิตสูง

โรคเบาหวาน


ฐานผลิตก๊าซฯในอ่าวไทย

สถานีฯดาวเทียมนนท์

ผจญพายุแองเจล่า

ผจญพายุเกย์


ครัวบ้านพิม

เวปวิธีทำอาหาร

ทำน้ำดื่มสมุนไพร

กินเพื่อสุขภาพ




 

สมบัติ สิมหล้า

Jimi Hendrix,Led Zeppelin

jeffbeck ,wilkenfeld

BB King , Deeppurple

 


พยากรณ์แผ่นดินไหว
ปริศนาท้าทายมนุษย์โลก

รวมคำทำนายภัยพิบัติโลก

สัญญานเตือนจากธรรมชาติ

ฟังนักวิชาการด้านธรณีฯ

HAARPอาวุธทางธรณีฟิสิกค์

ทำนายภัยพิบัติโลกจากเฟสบุ๊ค

Iris มอนิเตอร์แผ่นดินไหว

พายุ



กล้วยระโนด

คลิปสุขภาพ

บทกลอน

คลิปภัยพิบัติ

ร่มไม้ปลายนา

 

เด็กแลวัว

สถานีฯดาวเทียมนนท์

 

       ระบบสืบพันธ์เพศหญิง
 
         

     ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง อวัยวะที่สำคัญในระบบสืบพันธุ์เพศหญิงประกอบด้วย 

   1.รังไข่ ( Ovary )
มี 2 ข้าง ทำหน้าที่ผลิตไข่ ซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์เพศหญิง โดยปกติไข่จะสุกเดือนละใบจากรังไข่แต่ละข้างสลับกันทุกเดือนและออกจากรังไข่ทุกเดือน เรียกว่า การตกไข่ ตลอดช่วงชีวิตของผู้หญิงจะมีการผลิตไข่ได้ทั้งหมด 400 ใบ โดยเริ่มตั้งแต่อายุ 12- 50 ปี เซลล์ไข่จะมีอายุอยู่ได้นาน 24 ชั่วโมง นอกจากนี้รังไข่ ยังทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนเพศหญิงที่ควบคุมลักษณะเพศหญิง เช่น เสียงเล็กแหลม เต้านมขยายและมีสะโพกผาย



   2. ท่อนำไข่
หรือปีกมดลูก ทำหน้าที่เป็นทางผ่านของไข่ออกจากรังไข่เข้าสู่มดลูก โดยมีปลายข้างหนึ่งเปิดอยู่ใกล้กับรังไข่เรียกว่า ปากแตร ซึ่งทำหน้าที่โบกพัดให้ไข่ ที่ตกมาจากรังไข่เข้าไปในท่อนำไข่ ท่อนำไข่เป็นบริเวณที่อสุจิจะเข้าปฏิสนธิกับไข่
 
   3. มดลูก
ทำหน้าที่เป็นที่ฝังตัวของไข่ที่ได้รับการผสมแล้ว และเป็นที่เจริญเติบโตของทารกในครรภ์

   4. ช่องคลอด
ทำหน้าที่เป็นทางผ่านออกของตัวอสุจิเข้าสู่มดลูก เป็นทางผ่านออกของทารกเมื่อครบกำหนดคลอด และเป็นทางที่ประจำเดือนออกมาด้ว อวัยวะเพศหญิงส่วนที่สามารถเห็นได้ภายนอกประกอบด้วยเนินหัวหน่าวแคมนอกแคมในเวสติบูลคลิตอริสปากช่องคลอดและช่องปัสสาวะ
อวัยวะเพศภายในผู้หญิงที่ไม่สามารถมองเห็นได้ประกอบด้วยช่องคลอดมดลูกท่อนำไข่และรังไข่จะสังเกตได้ว่าเมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่นบริเวณอวัยวะ เพศ จะมีการเติบโตขยายตัวเพิ่มขนาดขึ้นบริเวณเนินหัวหน่าวซึ่งมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมนูนอยู่ระหว่างต้นขาสองข้างและท้องน้อยจะใหญ่ขึ้นจากการมีไขมันมาสะสมบริเวณนี้จะมีความไวต่อความรู้สึกสัมผัสโดยเฉพาะอย่างยิ่งการกดเนื่องจากมีปลายประสาทรับรู้อยู่เป็นจำนวนมากด้านล่างของเนินหัวหน่าวจะเป็นแคมนอกซึ่งเป็นรอยพับของผิวหนัง2ข้างมาชนกันแคมนอกประกอบด้วยต่อมเหงื่อต่อมขนและไขมันเมื่อมองจากภายนอกจะเห็นแคมนอก2ข้างเท่านั้นต่อเมื่อเปิดแคมนอกออกจึงจะเห็นแคมในซึ่งเป็นรอยพับของผิวหนังอยู่ระหว่างปากช่องคลอดกับ
แคมนอกแคมในมีขนาดและสีสันแตกต่างกันบางคนเล็กบางคนใหญ่บางคนมีสีแดงเรื่อๆบางคนมีสีคล้ำแคมในประกอบด้วยเส้นเลือดและเส้นประสาทมากมายจึงเป็นบริเวณที่มีความไวต่อการสัมผัสมากเช่นกัน การ สำเร็จความใคร่ ด้วยตนเองก็จะทำให้เยื่อพรหมจารีฉีกขาดได้เช่นกันช่องคลอดที่ผ่านการมีเพศสัมพันธ์หลายๆครั้งจะเกิดการยืดหยุ่นได้มากกว่าเดิมและถ้ามีการคลอดบุตรเด็กจะคลอดออกจากมดลูกผ่านช่องคลอดนี้ออกมาช่องคลอดจึงยืดหยุ่นได้มากๆหลังคลอดแล้วมักจะไม่เล็กไม่กระชับเหมือนเดิม



     ช่องคลอด   จะเป็นช่องเล็กๆที่มีความยืดหยุ่นได้มากที่ปากช่องคลอดซึ่งเปิดที่บริเวณเวสติบูลจะมีเยื่อบางๆรอบปากช่องคลอดเว้นเป็นช่องตรงกลางเข้าไปเป็นช่องคลอดเยื่อบางๆนี้เรียกว่าเยื่อพรหมจารีมักจะฉีกขาดได้ง่ายเมื่อเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายเยื่อนี้ก็จะฉีกขาดไปเองซึ่งไม่มีอันตรายแต่ประการใดสมัยก่อนผู้หญิงไม่ค่อยมีกิจกรรมโลดโผนเหมือนสมัยนี้เยื่อพรหมจารีจึงอาจไม่ขาดเวลามีเพศสัมพันธ์กันครั้งแรกอวัยวะเพศเองแต่ในปัจจุบันนี้พบว่าถึงยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เยื่อพรหมจารีก็ฉีกขาดไปโดยธรรมชาติอยู่แล้วการไม่มีเยื่อพรหมจารีจึงไม่ใช่เครื่องพิสูจน์ว่าหญิงนั้นเคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว
    ช่องที่อยู่ระหว่างแคมในทั้งสองข้าง เรียกว่าเวสติบูล  จะมีรูเปิดของท่อปัสสาวะและปากช่องคลอดบริเวณด้านหน้าของเวสติบูลซึ่งแคมในสองข้างมารวมกันจะมีก้อนเนื้อเล็กๆที่เรียกว่าคลิตอริส
     คลิตอริส      ซึ่งเป็นอวัยวะส่วนที่เปรียบเทียบได้กับองคชาตของฝ่ายชายคือเมื่อมีความรู้สึกทางเพศจะแข็งตัวขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อีกเท่าตัวเลยทีเดียวบริเวณคลิตอริสจะมีความไวมากที่สุดต่อการสัมผัสเมื่อมีการสัมผัสบริเวณนี้จะเกิดอารมณ์เพศและความต้องการทางเพศได้มากการกระตุ้นที่อื่นๆใกล้ๆได้แก่บริเวณแคมในแคมนอกและเนิน
หัวหน่าวจะทำให้เกิดความรู้สึกทางเพศได้เช่นกันเมื่ออวัยวะชายจะต้องผ่านเยื่อนี้เข้าไปทำให้เยื่อนี้ฉีกขาด มีอาการเจ็บปวดและเลือดออกเล็กน้อยจึงได้ชื่อว่าเป็นเยื่อพรหมจารีคือเยื่อที่แสดงว่าหญิงนั้นไม่เคยผ่านการร่วมเพศมาเลยนั่นพศถูกกระตุ้นจนเกิดความรู้สึกทางเพศผนังช่องคลอดจะขับ น้ำเมือกออกมาหล่อเลี้ยงน้ำเมือกยังถูกสร้างและขับมาจากต่อมบาร์โธลินที่ผนังแคมนอกเพื่อให้ช่องคลอดลื่นเหมาะสมในการสอดใส่อวัยวะเพศของฝ่ายชายเมื่ออวัยวะเพศถูกกระตุ้นต่อไปอีกไม่นานความเสียวจะขึ้นจนถึงจุดสุดยอดทางเพศพร้อมๆกับเกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อทั่วร่างกายช่องคลอดเกิดการหดตัวเป็นจังหวะ 
     มดลูก  เป็นอวัยวะเพศที่เป็นโพรงมีผนังเป็นกล้ามเนื้อหนาขนาดและลักษณะคล้ายลูกชมพู่ขนาดใหญ่โพรงมดลูกจะติดต่อกับช่องคลอดตรงปากมดลูกที่ด้านข้างของมดลูกจะมีท่อมดลูกไปโผล่บริเวณใกล้ๆรังไข่เมื่อไข่สุกออกมาจากรังไข่จะเคลื่อนที่ผ่านท่อมดลูกเพื่อรอรับการผสมกับตัวอสุจิภาวะเช่นนี้เรียกว่าการตกไข่ซึ่งจะเกิดขึ้นเดือนละครั้งในเวลาช่วงกลางระหว่างการมีประจำเดือนทุกเดือน ถ้าไข่ได้มีการผสมกับตัวอสุจิจะกลายเป็นตัวอ่อนเคลื่อนตัวมาฝังตัวที่เยื่อบุโพรงมดลูกเยื่อบุนี้จะเตรียมพร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อนเช่นนี้ทุกเดือนเดือนใดที่ไม่มีการฝังตัวของตัวอ่อนเยื่อบุที่เตรียมพร้อมนี้ก็จะหลุดลอกออกมาพร้อมกับมีเลือดออกจำนวนหนึ่งเรียกว่า“ประจำเดือน”นั่นเอง
    ประจำเดือน  วัยรุ่นที่มีประจำเดือนทุกเดือนแสดงถึงความเตรียมพร้อมของร่างกายที่จะมีการสืบพันธุ์และมีบุตรถ้ามีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลาใกล้ๆเวลาตกไข่ตัวอสุจิจะมีโอกาสผสมกับไข่มากโอกาสเกิดการปฏิสนธิจะมีสูงเมื่อตัวอ่อนที่ปฏิสนธิแล้วมาฝังตัวที่เยื่อบุโพรงมดลูกมดลูกจะเปลี่ยนแปลงโดยโตขึ้นมีการสร้างหลอดเลือดเพื่อหล่อเลี้ยงตัวอ่อนและจะไม่มีการหลุดลอกของเยื่อบุมดลูกอีกเกิดภาวะ“ตั้งครรภ์”คือประจำเดือนไม่มามดลูกโตขึ้นอย่างรวดเร็วฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงไปสามารถตรวจวัดระดับฮอร์โมนที่เกิดในขณะตั้งครรภ์ได้โดยการตรวจปัสสาวะค่ะ


       มดลูกต่ำ โรคสตรีที่อันตราย

มดลูกเป็นอวัยวะที่สำคัญสำหรับการมีบุตรของคุณผู้หญิง ซึ่งสุภาพสตรีที่เคยผ่านการมีบุตรมาแล้วจะทราบดีว่ามีความสำคัญมาก ทุกครั้งที่มีบุตรหรือผ่านการคลอดบุตรการเสื่อมสภาพของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานย่อมเกิดขี้นอย่างหลีกเลี่ยงไมได้ และอาจนำไปสู่ภาวะที่มดลูกเกิดการหย่อน ยื่น หรือที่เราเรียกกันว่า มดลูกต่ำ นั่นเอง มดลูกต่ำ คือ ภาวะที่มดลูกเคลื่อนตัวต่ำลงมาในช่องคลอด หรือมีการหย่อนของผนังช่องคลอด ซึ่งเป็นมาตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดจากความหย่อนยานของของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณอุ้งเชิงกราน (อุ้งเชิงกรานหย่อนหรือกระบังลมหย่อน) ที่ทำหน้าที่ในการพยุงให้มดลูกสามารถวางตัวอยู่ในช่องเชิงกรานได้ ซึ่งภาวะมดลูกต่ำนี้มักจะเกิดขึ้นกับหญิงวัยกลางคนและหญิสูงวัย ภาวะมดลูกต่ำเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็เป็นได้ ดูภายนอกไม่รู้หรอกครับว่าใครต่ำ ใครไม่ต่ำ ไม่มีใครมาเปิดหวอโชว์มดลูกให้ดูกันหรอแต่รู้หรือเปล่าครับว่าผู้หญิงไทยเป็นมดลูกต่ำกันเกือบค่อนประเทศ ขนาดบางคนยังไม่รู้ตัวเลยครับว่ามดลูกต่ำหรือเปล่า

uterus = มดลูก
rectum = ไส้ตรง ที่อยู่ใกล้กับกับทวารหนักนั่นแหละครับ
vagina = ช่องคลอด
bladder = กระเพาะปัสสาวะ
urethra = ท่อปัสสาวะ

มดลูกต่ำ คืออะไร ?
มดลูกต่ำ คือ ภาวะที่มดลูกเคลื่อนตัวต่ำลงมาในช่องคลอด หรือมีการหย่อนของผนังช่องคลอด ซึ่งเป็นมาตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดจากความหย่อนยานของของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณอุ้งเชิงกราน (อุ้งเชิงกรานหย่อนหรือกระบังลมหย่อน) ที่ทำหน้าที่ในการพยุงให้มดลูกสามารถวางตัวอยู่ในช่องเชิงกรานได้ ซึ่งภาวะมดลูกต่ำนี้มักจะเกิดขึ้นกับหญิงวัยกลางคนและหญิงสูงวัย
แสดงให้เห็นกันด้วยภาพ จากภาพด้านบนซ้ายมือ คือ ภาพของมดลูกที่อยู่ในสภาวะปกติส่วนภาพด้านขวาคือภาพแสดงอาการมดลูกต่ำ อาจจะต้องเรียนรู้คำศัพท์กันหน่อยเพื่อทำความเข้าใจ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงครับผมได้รวบรวมไว้ให้แล้ว


ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนนอกจากจะส่งผลให้เกิดภาวะมดลูกต่ำแล้วยังส่งผลเสียต่อไปนี้ด้วย

1. ระบบปัสสาวะผิดปกติ เช่น หูรูดท่อปัสสาวะไม่สามารถเก็บปัสสาวะได้ ท่อปัสสาวะหย่อนทำให้ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ เป็นต้น
2. ส่วนปลายของลำไส้หย่อน ส่งผลให้มีการยื่นของลำไส้ใหญ่เข้ามาในช่องคลอด
3. ไส้เลื่อน เป็นภาวะที่มีการเลื่อนของลำไส้ส่วนบนลงมาในช่องคลอด
ปัจจัยเสี่ยงของภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน (กระบังลมหย่อน)
1. มีบุตรมาแล้วหลายคน (ผ่านการคลอดบ่อย) เนืองจากการคลอดบุตรแต่ละครั้งจะมีการขยายของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อต่างๆขณะคลอด
2. มีอายุมากขึ้น ส่งผลให้หมดประจำเดือน และทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหย่อน ไม่แข็งแรง เนื่องจากความเสื่อมไปตามอายุ
3. ผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาก ช่องคลอดมีการใช้งานหนักมาก
4. ไม่มีรังไข่ ทำให้ร่างกายของไม่มีฮอร์โมนเพศหญิง
5. เคยมีการผ่าตัดอุ้งเชิงกราน หรือท่อปัสสาวะ
6. มีน้ำหนักตัวมาก หรืออ้วนนั่นเอง
7. ท้องผูกเป็นประจำ ต้องเบ่งอุจจาระเป็นเวลานาน
8. ยกของหนักเป็นประจำ
อาการมดลูกต่ำ

ผู้ประสบภาวะมดลูกต่ำอาจจะมีอาการดังต่อไปนี้
1. รู้สึกคับแน่นหรือบวมภายในช่องคลอด
2. มีเลือดออกจากช่องคลอดเนื่องจากการเสียดสี
3. ระบบปัสสาวะผิดปกติ อย่างเช่น ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะกะปริดกะปรอย ปัสสาวะคั่ง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่
4. ระบบขับถ่ายผิดปกติ เช่น ท้องอืด ท้องผูก ถ่ายอุจจาระลำบาก
5. มีอาการตกขาว ซึ่งอาจเป็นลักษณะคล้ายกับหนองปนกับเลือด
6. ปวดหลังเมื่อยืนทำงานแต่อาการจะหายไปเมื่อได้นอนพักผ่อน
7. มีความรู้สึกเหมือนมีอะไรมาอยู่บริเวณปากช่องคลอดและอยากเบ่งก้อนนั้นให้หลุดออกมา ส่งผลให้ปวดหน่วงในช่องคลอด
8. มีก้อนอะไรยื่นออกมาจากช่องคลอด พบในกรณีที่เป็นมานาน อาจจะเป็นส่วนของช่องคลอดเองและอาจจะเป็นส่วนของปากมดลูกที่ยื่นออกมา
การตรวจสอบตนเองว่าประสบภาวะมดลูกต่ำหรือไม่ ?
ความจริงเรื่องนี้ ดูภายนอกไม่รู้หรอกครับ ต้องอาศัยการสังเกตดูว่า ภายในช่องคลอดซึ่งปกติยาวประมาณ 3 นิ้ว หรือเมื่อลองเอานิ้วสอดเข้าไปจนสุดแล้ว ปลายนิ้วจึงอาจสัมผัสไปถึงปากมดลูกได้ แต่ถ้าใครสอดเข้าไปแค่ครึ่งนิ้ว หรือสัมผัสดูเหมือนมีอะไรห้อยย้อยลงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าลองออกแรงเบ่งหรือไอแรงๆ ดู แล้วพบว่ายิ่งยื่นห้อยลงมาแล้วละก็ แสดงว่าต้องมีการหย่อนของกระบังลมเกิดขึ้นบ้างแล้วไม่มากก็น้อย รายที่เป็นมากอาจพบปัสสาวะเล็ดออกมาพร้อมกับเวลาไอด้วย และควรลองขมิบช่องคลอดดูด้วยว่ายังรู้สึกว่ามีผนังช่องคลอดมาบีบรัดนิ้วมือ อย่างกระชับแน่นหรือไม่ เพื่อประเมินความแข็งแรงของกลมเนื้อที่หย่อนเหล่านั้น – ส่วนนี้คัดลอกจาก thaihealth108.com โดย นพ.พูนศักดิ์ สุชนวณิช (สูตินรีแพทย์))
การรักษามดลูกต่ำ
เราจะใช้วิธีใดในการรักษาภาวะมดลูกต่ำนั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงหรือระยะของภาวะมดลูกต่ำที่ผู้ป่วยเป็นอยู่
1. ถ้าเป็นไม่มาก (สังเกตได้จากการเริ่มมีปัสสาวะเล็ดขณะไอหรือจาม) เราสามารถฝึกการบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานโดยการ ขมิบ โดยการขมิบที่ถูกต้องก็เหมือนกับเวลาที่เรากลั้นอุจจาระ ให้ทำค้างไว้เป็นเวลา 5 – 10 วินาที ต่อครั้ง ปล่อยตัวตามสบายประมาณ 3 วินาทีแล้วขมิบใหม่ ทำเป็นเซต เซตละ 10 ครั้ง วันละ 10 เชต นับรวมได้ 100 ครั้งต่อวัน โดยที่เราสามารถทำการขมิบได้ทุกที่ทุกเวลาไม่ว่าจะนั่ง จะนอน ขับรถก็สามารถทำได้
2. รักษาด้วยการผ่าตัด หรือภาษาที่เรามักจะพูดกัน คือ การทำรีแพร์ ซึ่งจะใช้เมื่อประสบภาวะมดลูกต่ำอย่างรุนแรง การทำรีแพร์นั้นจะต้องพิจารณาถึงปัจจัยอื่นๆของผู้ป่วยด้วย เช่น อาการที่แสดงออกมา อายุ ความสัมพันธ์ทางเพศ หรือความต้องการมีบุตร
3. การรักษาด้วยการรับประทานยาสมุนไพรว่านชักมดลูก ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ยาสมุนไพรว่านชักมดลูกตำรับเดี่ยว (มีส่วนผสมของว่านชักมดลูกเท่านั้น)จะสามารถใช้รักษาได้ การใช้ยาสมุนไพรต้องใช้แบบตำรับหมู่ (มีส่วนผสมของสมุนไพรหลายชนิด) เท่านั้นจึงจะรักษาอาการมดลูกต่ำอย่างได้ผลจริง


ภาวะช่องคลอดอักเสบ (Vaginitis)
เกิดได้กับผู้หญิงทุกช่วงอายุ พบบ่อยในช่วงวัยเจริญพันธุ์ สาเหตุเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน การใช้อุปกรณ์เวลามีเพศสัมพันธ์ รวมถึงการสวนล้างช่องคลอดบ่อยๆ เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
เชื้อ Trichomonas อาการ ทำให้เกิดตกขาวสีเหลืองเขียวปริมาณมาก มีกลิ่นเหม็น ตกขาวมีลักษณะเป็นฟอง ร่วมกับมีอาการเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ ปวดท้องน้อย อาจมีอาการคันช่องคลอด ทำให้เกิดการอักเสบที่ท่อปัสสาวะได้
เชื้อรา (Candida)
อาการ มีตกขาวสีขาวจัดจำนวนมากเป็นกลุ่มก้อน ดูเหมือนนมบูด ไม่มีกลิ่น คันและระคายเคืองมาก อวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกบวม อาจปัสสาวะแสบขัดตอนสุด และแสบขณะมีเพศสัมพันธ์
เชื้อแบคทีเรีย (Bacterial vaginosis)
อาการ มักมีตกขาวสีขาวเทาปริมาณมากและมีกลิ่นเหม็นมาก กลิ่นจะรุนแรงมากหลังจากมีเพศสัมพันธ์ คล้ายกลิ่นปลาเน่า
ภาวะช่องคลอดแห้ง
ปกติในช่องคลอดจะมีสารหล่อลื่นหลั่งตามธรรมชาติจากปากมดลูก ลักษณะเป็นมูกใสๆ หนืด เหนียว ซึ่งผลิตมาจากต่อมมูกที่ปาก ช่องคลอดหรือที่เรียกว่า ต่อมบาร์โธลิน ในช่วงตกไข่กึ่งกลางรอบเดือน ธรรมชาติได้สร้างให้มูกในช่องคลอดใส หนืด ยืดยาวมากขึ้น เพื่อเพิ่มความหล่อลื่นภายในช่องคลอด เมื่อมี
เพศสัมพันธ์จะช่วยให้เชื้ออสุจิวิ่งผ่านเข้าปากมดลูกไปผสมกับไข่ได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญลดการเสียดสีที่จะทำให้เจ็บและอาจมีการถลอกหรือฉีกขาดของอวัยวะเพศทั้งสองฝ่าย แต่ในช่วงก่อนและหลังจากการตกไข่ มูกนี้จะน้อยลงจนรู้สึกแฉะเล็กน้อยเท่านั้น

อย่างไรก็ตามสำหรับช่องคลอดที่แห้งผาก ไม่มีมูกเปียกๆ บ่งบอกให้รู้ว่าฮอร์โมนแห่งความสาว (รู้จักกันในนามของ Estrogen) ที่จะทำให้มีลูกได้นั้นมีน้อยมาก อาการนี้แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นยังไม่เป็นสาว ไม่มีประจำเดือนหรือไม่ก็อยู่ในวัยหมดประจำเดือนไปแล้ว แต่หากเกิดภาวะช่องคลอดแห้งในวัยเจริญพันธุ์ แสดงว่าสุขภาพของช่องคลอดไม่ค่อยดีนัก

อาการช่องคลอดแห้งเป็นอย่างไร ?
หากจะเปรียบเทียบก็คล้ายๆ กับอาการผิวแห้ง ที่ไม่ได้ทาครีมตอนหน้าหนาว เมื่อช่องคลอดแห้งก็จะรู้สึกระคายเคือง คัน และแสบ แต่มักจะไม่มีตกขาวออกมาจากช่องคลอดเหมือนกับอาการแสบคันจากการอักเสบติดเชื้อจากเชื้อรา พยาธิหรือแบคทีเรีย ในกรณีที่ช่องคลอดแห้งมากๆ อาจมีเลือดออก มีแผลติดเชื้อในช่องคลอดตามมา เนื่องจากเวลามีเพศสัมพันธ์ ช่องคลอดไม่มีการหล่อลื่น เกิดความฝืดและเสียดสีของการสอดใส่อวัยวะเพศ ทำให้รู้สึกเจ็บช่องคลอด อาจถลอกหรือฉีกขาดได้ง่าย การติดเชื้อก็จะเกิดตามมาได้ง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะเชื้อ HIV ที่ทำให้เป็นโรคเอดส์นั่นเอง

ช่องคลอดแห้งเฉพาะกิจเป็นอย่างไร?
การเกิดช่องคลอดแห้งเฉพาะกิจ สามารถเกิดเป็นครั้งคราว เกิดจากน้ำหล่อลื่นในช่องคลอดมีไม่พอเพียงที่ชายหญิงจะร่วมรักได้โดยไม่ฝืดและเจ็บ หากคุณผู้ชายสังเกตว่าบริเวณปากช่องคลอดยังไม่มีน้ำหล่อลื่นมากพอ ก็อย่าเพิ่งฝืนสอดใส่ นั่นเป็นสิ่งที่ธรรมชาติจะบอกคุณว่าเธอยังไม่พร้อม การโลมเล้าให้ผู้หญิงมีความพร้อมทางอารมณ์มากขึ้น ตามธรรมชาติร่างกายจะกระตุ้นให้มีน้ำหล่อลื่นออกมามากพอ จึงค่อยร่วมรัก วิธีนี้จะให้ผลดีแก่ทั้งสองฝ่าย

สาเหตุของอาการช่องคลอดแห้ง
ช่องคลอดที่แห้งอาจเกิดได้จากสาเหตุมากมาย โดยมีสาเหตุหลักๆ ดังนี้
• ระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง ฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้เซลล์ผนังช่องคลอดมีความแข็งแรงสมบูรณ์ ยืดหยุ่น ชุ่มชื้นและคงความเป็นกรดอ่อนๆ ไว้ได้ ช่วยป้องกันการติดเชื้อ เมื่อระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงก็จะทำให้เซลล์ผนังช่องคลอดบาง ขาดการยืดหยุ่นและเปราะบาง ภาวะที่ทำให้เอสโตรเจนลดระดับลงมีหลายอย่างแต่สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ การเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน การได้รับเคมีบำบัด หรือฉายรังสีที่บริเวณช่องเชิงกรานเพื่อการรักษามะเร็ง ก็จะมีผลทำให้ที่รังไข่ลดการทำงานลง หรือการตัดรังไข่ออกไปทั้ง 2 ข้างก่อนวัยหมดประจำเดือน ก็ทำให้ขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนโดยทันที หากมีความบกพร่องในระบบภูมิคุ้มกัน เอสโตรเจนก็มักจะลดลง รวมถึงภาวะหลังคลอดและให้นมลูก ร่างกายยังไม่มีการตกไข่ตามธรรมชาติ และสุดท้ายการสูบบุหรี่ ซึ่งทำให้สุขภาพร่างกายไม่ดีในทุกระบบ
• ยาบางชนิด ก็เป็นสาเหตุให้ช่องคลอดแห้ง เช่น ยาที่รักษาเรื่องของมะเร็ง อย่างTamoxifen ยาในเรื่องภูมิแพ้อย่าง Antihistamines ยารักษาโรคทางจิตเวชอย่าง Antidepressant และยาที่รักษาโรคความดันโลหิตสูงบางตัว
• โรค Sjogren’s Syndrome เป็นโรคที่ระบบภูมิคุ้มกันของตัวเองต่อต้านตัวเอง จะทำให้เนื้อเยื่อต่างๆ เสื่อมลงและเสียไป คนเหล่านี้มักมีอาการที่ตาแห้ง ปากแห้ง และช่องคลอดก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่แห้งด้วยเช่นกัน
• การสวนล้างในช่องคลอด ไม่ว่าจะด้วยน้ำยาใดๆ และแม้แต่กรณีใดๆ ก็ไม่ควรทำ เพราะจะทำให้ช่องคลอดเสียความเป็นกรดและแห้ง
• การติดเชี้อในช่องคลอด เช่น เชื้อราหรือแบคทีเรีย แม้ว่าจะมีตกขาวออกมาแต่จริงๆ แล้วเซลล์เยื่อบุช่องคลอดมักจะแห้งและอักเสบ

วิธีการดูแลตนเองเมื่อช่องคลอดแห้ง อาจทำได้โดย
• ใช้สารหล่อลื่น ที่มีน้ำเป็นสารทำละลายพื้นฐาน (water–base lubricants) เช่น K-Y jelly ใส่ในช่องคลอดสามารถอยู่ได้นานหลายชั่วโมง ดังนั้นก่อนการ ร่วมรักกัน ใช้สารหล่อลื่นทาที่ปากช่องคลอดหรืออวัยวะเพศชาย จะช่วยลดการเสียดสีที่อาจจะทำให้เจ็บได้ และสารหล่อลื่นนี้ไม่ทำลายประสิทธิภาพของ ถุงยางอนามัย
• สารเพิ่มความชุ่มชื้น (Moisturizers : polycarbophil-based vaginal moisturizer) เป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้นสำหรับช่องคลอด ทำให้ช่องคลอดชุ่มชื้นขึ้นได้นานมากกว่า 1 วันต่อการใช้เพียงครั้งเดียว
• หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด ไม่ว่าจะด้วยโลชั่นทาตัวหรือทามือ สบู่ น้ำยาฆ่าเชื้อ น้ำส้ม vinegar โยเกิร์ต หรือสาร Feminine Hygiene ใดๆ เพราะช่องคลอดจะมีการดูแลทำความสะอาดตัวเองตามธรรมชาติอยู่แล้ว ดังนั้นการทำความสะอาดแต่ภายนอกก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องสวนล้างช่องคลอดไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตาม เพราะจะทำให้ความเป็นกรดสูญเสียไป ทำให้แห้งและระคายเคือง และอาจทำให้เชื้อแบคทีเรียปกติที่มีอยู่ตายไป ซึ่งก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เกิดเชื้อราขึ้นได้ สำหรับบางคนที่สวนล้างช่องคลอดหลังการร่วมรัก ด้วยความเชื่อที่ว่าป้องกันการตั้งครรภ์หรือการติดเชื้อนั้นไม่ได้ผล เพราะเมื่ออสุจิเข้าไปในช่องคลอดก็จะเดินหน้าเต็มตัว วิ่งผ่านปากมดลูกเข้าไปหาไข่โดยไม่รอรีให้คุณมาล้างออกเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ เช่นเดียวกับเชื้อโรค เมื่อเข้าสู่ร่างกาย ก็จะเริ่มขบวนการตั้งรกรากใหม่ ดังนั้นการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ จะช่วยป้องกันได้ทั้งการตั้งครรภ์และการติดเชื้อ
• เพิ่มสารอาหารจากธรรมชาติ ได้แก่ สาร Isoflavones ซึ่งเป็นสารเอสโตรเจนจากพืชที่สามารถพบมากในถั่วเหลือง หรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองทั้งหลาย ดั่งที่นิยมสุดก็คือ น้ำเต้าหู้ หรือ Black Cohosh เป็นพืชที่เชื่อว่าช่วยลดอาการที่เกิดขึ้นในวัยหมดประจำเดือนรวมทั้งความแห้งของช่องคลอดด้วย อย่างไรก็ตามเอสโตรเจนที่ได้จากพืชจะมีศักยภาพอ่อนกว่าเอสโตรเจนในร่างกาย
หากดูแลตนเองด้วยวิธีเหล่านี้แล้วยังไม่ดีขึ้น ก็ควรไปปรึกษาสูตินรีแพทย์ โดยอาจใช้เอสโตรเจนรักษา ซึ่งเป็นการรักษาที่ตรงจุดมากที่สุด แต่จำเป็นต้องดูแลเรื่องความเสี่ยงและอันตรายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้เป็นเวลานาน เอสโตรเจนมีมากมายหลายแบบ ทั้งใช้ใส่ในช่องคลอด ทาหรือแปะที่ผิวหนัง รวมถึงแบบรับประทานก็มีหลากหลาย การพิจารณาเลือกใช้ฮอร์โมนว่าควรใช้แบบใดและนานเท่า-ไหร่จึงจะเหมาะสมกับอาการ

ควรเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ไม่ควรซื้อฮอร์โมนมาใช้เอง

สำหรับผู้หญิงที่มีปัญหา แต่ไม่กล้าที่จะพบแพทย์เพราะกลัวการตรวจภายในหรือเขินอาย ซึ่งควรมองข้ามจุดนี้ไปเสีย เพราะ จุดประสงค์ของการตรวจก็เพื่อค้นหาสาเหตุความผิดปกติที่ถูกต้อง สามารถวางแนวทางการรักษาที่ดีและประเมินผล ในเรื่องความแห้งของช่องคลอด แพทย์จะดูว่าเซลล์ผนังช่องคลอดแห้งมากแค่ไหน มีการอักเสบติดเชื้อ มีเลือดออกหรือรอยแผลถลอกหรือไม่ ฯลฯ ส่วนการตรวจเลือดจะจำเป็นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประวัติและการตรวจร่างกายว่าใช้เพื่อช่วยค้นหาสาเหตุ สนับสนุนการวินิจฉัย หรือเพื่อวางแผนและติดตามผลการรักษาเป็นกรณีไป